Apr 22nd, 2010 ผมกับการเดินทาง บน PMD
แด่เพื่อนๆ พี่น้องๆ ชาว PMD ที่รัก
ประมานสามปีกว่าที่ผ่านมา ยังจำความรู้สึกวันแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาที่ PMD ได้อย่างดี โดยเข้ามาเพื่อมาสัมภาษณ์กับทางหัวหน้าทั้งสามคนอย่าง พี่เจฟ(manager) พี่อุ้ม(asst. manager) และ พี่้อ้อม(Sr. marketing) จำได้ว่าในแวบแรกเห็นพี่เจฟเป็นฝรั่ง ก็เตรียมลูกคอสปี๊กอิงลิชแล้ว แต่ที่ไหนได้พูดไทยชัดกว่าตูอีก ซึ่งก็เหมือนเคยพี่ๆ ได้เล่า ถึง u2p ให้ฟังซึ่งก็ดูน่าสนใจและท้าทายมากทีเดียว จนรอบแรกจบไป วันรุ่งขึ้นก็มีโทรศัพท์ให้ไปสัมภาษณ์รอบสองที่ บ.เรโวลิคเทค กับพี่สุขสันติ ซึ่งเป็นคนที่จะรู้เรื่องเทคนิคคอลที่นั่น แกเป็นคนที่ถามจี้ได้น่ากลัวมาก ยิงคำถามที่แบบจิตวิทยาสุดๆ ไม่ให้ดำน้ำกันเลย เราก็ตอบแบบที่เป็นเรา คือทำอะไรได้ก็ตอบตรงๆ ทำไม่ได้ก็บอกไม่ได้ แล้วหาวิธีเพื่อลองทำดู จนได้ยินแกชมเราว่า เอาคนนี้แหละไม่ต้องเลือกต่อแล้ว แกบอกชอบคนพูดตรงๆ ไม่ชอบพวกมั่ว จังหวะนั้นก็คิดว่าคงได้งานที่นี่แน่ๆ
แต่อย่างว่าแหละตอนนั้นก็รอคำตอบที่ รอยเตอร์อยู่เช่นเดียวกันในตำแหน่ง senior PERL developer เช่นเดียวกัน ซึ่งก่อนหน้านั้นระหว่างช่วงจะออกจากที่เก่า ก็มีแพลนทำนู่นทำนี่ซะดิบซะดี ไม่ว่าจะเรียนโท สอบ cert หรือ พวกหัดอะไรใหม่ๆ ก็ไม่คิดว่าจะได้งานที่ pmd เหมือนกัน แต่เมื่อได้ข้อเสนอที่นี่มา ก็ตกใจเหมือนกันเพราะจริงๆ ไม่เคยคิดอยากทำงานใน ธุรกิจประเภทนี้เลย เนื่องจากมองว่ามันก้าวหน้าต่อไปยากทีเดียว จึงได้คิดอยู่นาน จนกระทั่งมีคนพูดว่าทำไปก่อนเหอะ ไม่ชอบก็ค่อยออกก็ได้ จึงตัดสินใจเข้ามาสู้อ้อมอก pmd
เข้ามาวันแรกยังจำได้ดี บ. ไม่มีคอมให้ใช้เนื่องจาก IT install ไม่เสร็จ เลยต้องเอากลับบ้านไปทำเองเพื่อพรุ่งนี้จะได้มีเครื่องใช้ เดิมมีลูกน้องแค่คนเดียวคือแบ้งก์ มาทำงาน 5 วัน ได้เจอกันแค่ 2 วันเนื่องจากช่วงนั้นน้องลารับปริญญา แว๊บแรกที่เจอกัน น้องมันมีรังสีแรงมาก คือเป็นคนที่อีโก้สูง แล้วดูค่อนข้างเชื่อมั่นตัวเองสุดๆ ตอนนั้นคิดในใจเราจะทำงานกับเค้าได้ยังไง รวมถึงเจอยอดซึ่งเป็น IT ซึ่งก็มาแซวๆ เราตลอดว่าเทพอะไรอย่างงั้นมันก็เป็นความกดดันพอควรแต่ก็ทราบดีว่า ยิ่งอยู่สูงก็ยิ่งถูกท้าทาย
ช่วงแรกที่เข้าไปก็จะยุ่งเรื่อง server มากกว่าคือต้องเขียน requirement ของ server รวมถึงต้องมาเลือกสเป็กและราคาเอง จนกระทั่งได้ server มา ก็ยังต้องลงโปรแกรมในเครื่องโลคอลเอง เนื่องจากช่วงนั้นเราไม่มีใครที่มีความรู้เรื่อง Unix server ช่วงนั้นเกิดปัญหาเคเบิ้ลใต้น้ำเมืองไทยขาดทำให้อินเตอร์เนทพิการไปด้วยเลยทำงานด้วยความลำบากมากๆ จนกลับสี่ห้าทุ่มตลอด
ระหว่างนั้นก็ได้ดีไซน์ระบบของ u2p ให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมีการเอา infrastructure และ architechture ที่ดีๆ จากที่เก่าๆ หรือที่เราเคยใช้มากเข้ามาใช้กับที่นี่ ซึ่งก็เป็นการวางรากฐานให้กับเว็บที่ต้องการจะเติบโตกับมันไปในระยะยาว แต่ในที่สุดก็มีโทรศัพท์มาจากรอยเตอร์เพื่อมาชวนไปทำงานซึ่งเงินเดือนก็มากกว่าที่ pmd หลักหมื่น ก็เลยทำให้คิดอยู่้นานทีเดียวทั้งเรื่องงาน โอกาส และเงินเดือน สวัสดิการ แต่ด้วยความรับผิดชอบ และ รักษาคำพูด จึงต้องบอกปฏิเสธที่นั่นไป เพราะเหตุผลเดียวคือ ไม่อยากทำให้ที่เดิมหยุดชะงัก(เสียใจมาจนบัดนี้ เพราะรอยเตอร์ก้าวหน้าไวมาก และงานท้าทางสุดๆ จากที่สัมภาษณ์มา)
ช่วงนั้นเรามีเวลากันจริงๆ ประมานสามถึงสี่เดือนทำในส่วนของส่วน ฟังเพลง เราเริ่มทำกันตั้งแต่ยังทำอะไรไม่ค่อ่ยเป็นในส่วนของพวก interface script พวก java , ajax หรือ flash ก็อาศัยนอนดึกหาข้อมูล นั่งลองแล้วอะไรดีก็เอามาใส่ อะไรไม่ดีก็ให้ระวัง ช่วงแรกยังเป็นการเขียนเฟรมเวิร์กมากกว่า โจทย์มีอยู่ว่าจะออกแบบระบบอย่างไรดีให้ คนทำงานที่มีพื้นฐานต่างกัน สไตล์ทำงานต่างกัน ความรู้ก็ต่างกัน สามารถทำงานด้วยกันได้อย่างราบลื่นและไม่ตีกันเอง
เมื่องานผ่านช่วงแรกๆ ไปเราก็มีสมาชิกเข้ามาใหม่อีก 2 คน ซึ่งเป็นน้องยุคบุคเบิก ทั้ง แน้น และ เม แล้วหลังจากนั้นอีกไม่นานก็มีสมาชิกตามเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งพี่หยก พลอย กิ๊ฟ ตู่ หนึ่ง
จนเมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นคือเราต้องมีย้ายที่ทำงานจาก ตึก คิวเฮาส์เพลินจิตสุดหรู ค่าวิน 50 เมตร 30 บาท มายังพระราม9 รัชดา ห่างไกลผู้คน ทำให้เกิดความลำบากพอควรแต่เราก็อดทนกับมันมาได้
สามปีผ่านมาแล้ว ยังจำได้ดีถึง
- วันที่เราต้องออกไปถ่ายงานกันเอง ที่ทองหล่อ
- วันที่เราโดนหักเงินมาสาย
- กล้องของพวกเราที่ไปใช้ลุยงานกัน
- งานเลี้ยงปีใหม่ที่เราไปกินกัน
- วันที่เราต้องเข้าประชุมกันทั้งทีม
- งานแฟตที่เราต้องเข้าเนื้อค่ารถกันเอง
- วันที่ใครมีปัญหาแล้วมาระบายให้กันฟัง
- เราทำงานติดรถไฟฟ้ากัน
- วันที่เรายังไปตีแบดกัน ที่อ่อนนุช
- วันที่เรามีเพื่อนที่ดีคุยกันได้ทุกเรื่อง
แต่อย่างไรเราก็มีรอยยิ้มกับสิ่งที่เราทำกัน จนเมื่อวันนึงเห็นคนรอบข้าง ทั้งเพื่อนที่เรียน หรือ คนที่รู้จักกันเดินก้าวหน้าต่อไป จนเริ่มมีคำถามว่าเราพอหรือยังกับที่นี่ มีความคิดอยากออกไปทำอะไรอย่างอื่นดู โดยที่ไม่ใช่งานใหม่ เพราะคงรู้สึกผิดน่าดูที่จะทิ้งที่นี่ไว้เบื้องหลังเพื่อก้าวต่อไป เลยเลือกที่จะออกไปพักผ่อนซักชั่วคราว
จนก็คงทำให้หัวหน้าเราก็คงงงว่าคิดอะไรอยู่ และด้วยเห็นว่าอยู่ที่นี่ต่อไป เราก็คงไม่มีแรงที่จะสู้ต่อแล้ว(ก็ทำมาตั้ง 3 ปีกว่าแล้ว อยากไปเรียนรู้อะไรใหม่ๆ) อีกทั้งเหตุผลที่ได้จากหัวหน้าคือ คาดหวังมากกว่านี้ แต่หัวหน้าก็ไม่ให้คำตอบว่าคาดหวังอะไร เพราะถ้าจะก้าวหน้าไปเป็นระดับที่จะเติบโตขึ้นก็คงต้องพิสูจน์ตัวมากกว่านี้ เลยรู้ว่าเราควรต้องเดินต่อไปซะทีซึ่งหนทางอาจไม่ใช่ที่นี่ จนกลับมานอนคิดอีกหลายคืนว่าเราจะทิ้งที่นี่ไปได้มั้ย แล้วเราจะคิดถึงมั้ย ในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะสู้กันต่อ และ เราก็มองอะไรในงานที่ทำอยู่ได้มากกว่าคนที่อยู่ภายนอก จึงได้เสนอแนวทางปรับปรุงสิ่งที่เป็นอยู่ให้
จนวันที่สนุกหยิบยื่นงานเข้ามาให้…
ขอท้าวความหน่อยว่าจริงๆ ได้งานที่นี่มาสองครั้งแล้วแต่ก็ติดสินใจไม่ไปตอลดรวมทั้งงานหลายๆ ที่ด้วย ซึ่งเพราะยังรู้สึกสนุกกับสิ่งที่ทำอยู่ จนเมื่อมีความรู้สึกแบบนี้เข้ามา ว่าไม่มีความก้าวหน้าจากสิ่งที่ทำอยู่ เนื่องด้วยอะไรก็ตาม เราไม่ดีพอ ไม่มีที่เดิน หรือหัวหน้าไม่ไห้โอกาส หรือ เรื่องขององค์กรก็เหอะ แต่เราก็ไม่อยากโทษใครเพราะคงไม่มีประโยชน์อะไร เพียงแต่เราต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่าเรายังจะอยู่แบบนี้หรือ ทำไมเราถึงไม่คว้าโอกาสไว้
แต่การย้ายออกจากที่นี่ ที่ซึ่งก็มีความผูกพันกันมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งทำงานเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน จึงทำให้เครียดไปหลายคืน สนุกได้โทรมาคอนเฟิร์มเย็นวันจันทร์หลังจากสัมภาษณ์รอบสองไปเมื่อวันศุกร์กับทาง CTO จึงไปขอคำปรึกษากับพี่อุ้ม จนผ่านไป 1 สัปดาห์ ก็ยังไม่ได้คุยกัน จนเมื่อมีโอกาสคุยพี่อุ้มก็ไม่ว่าอะไร และยังสนับสนุนให้เราหยิบฉวยโอกาสนั้นที่ pmd ยังไม่สามารถให้ได้ จึงได้ตอบตกลงไปในรอบนี้
หลังจากนั้นปัญหาก็ตามมา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในทีมกันทำให้ทุกคนไม่พอใจบรรยากาศที่เกิดขึ้น ต่างคนต่างแรง
แต่ไม่ว่าอะไรก็ตามเป็นเหตุผลแต่ ใจจริงผมอยากให้บรรยากาศทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมนะ วันที่เราอยู่กันอย่างพี่น้อง ทุกคนทำงานด้วยรอยยิ้ม มีความสุขกับวันรุ่งขึ้น ทุกคนยังเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้อง ทำดีต่อกัน แม้จะยังอยู่ด้วยกัน หรือ ที่ออกไปแล้วด็ตาม ไม่ว่าใครจะมองกันอย่างไร แต่สุดท้ายก็ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ อย่าให้อารมณ์มาพิสูจน์อะไรต่อไปเลย
