ณ วันนี้ไม่ว่าจะใช้ อำนาจศาลหรือประกาศ พรก ฉุกเฉิน ก็ไม่อาจหยุดกบฏพันธมิตรได้ เพราะพวกเค้าอยู่เหนือกฏหมาย อยู่เหนือกฏระเบียบ และอยู่เหนือประชาชนทั้งปวงไปแล้ว
แต่สิ่งหนึ่งที่อยากถามผู้เห็นด้วยกับการกระทำของกบฏพันธมิตรว่า ในตอนนร้สิ่งที่เรียกร้องมันไม่ได้หยุดแค่รัฐบาลสมัครแล้ว แต่มันอยู่ที่การเปลี่ยนระบบ การใช้ระบบใหม่ 30/70
ใครมั่นใจในระบบนี้ ใครมั่นใจว่าการจะยกสิทธิ์เลือกบุคคล 70 นั้นดีจริง ยุติธรรมและไม่เลือกเพื่อนำคนของตนเข้ามามากที่สุด ถ้าเรารู้ว่าเราไม่สามารถหาคนดีมา ทำงานการเมืองได้ จะรู้ได้อย่างไรว่า สส ที่ได้มาจากการที่เค้าได้เข้ามาจากคนกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่มาจากเสียงประชาชน แล้วประชาชนจะเหลือสิทธิอะไรเรียกร้องให้ สส ของตนนำเรื่องเดือดร้อนไปช่วยได้
วันนี้เมื่อการเมืองยอมแพ้และให้กบฏพันธมิตรเป็นผู้ตัดสินชะตาแผ่นดิน หากพวกเค้าไม่สุจริต ใครล่ะจะมาช่วยเรา ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นของเค้าไปแล้ว
คนที่เคยสนับสนุนจะกล้าออกมากลืนน้ำลายตัวเองหรือ เราเองเป็นคนทำลายระบอบประชาธิปไตยที่เรียกร้องอำนาจให้ประชาชน วันนี้คนส่วนน้อยที่แพ้ ไม่อยากแพ้เรียกร้องอำนาจให้คนกลุ่มหนึ่งแทน เรายอมเพื่ออะไร เพื่อกำจัดคนชื่อทักษิณ ยอมทำลายประชาธิปไตย เพื่อกำจัดคนชื่อทักษิณ ยอมทำลายเศรษฐกิจ เพื่อกำจัดคนชื่อทักษิณ ยอมทำลาย นิติบัญญัติ
เมื่อถึงเวลา เราไม่ได้แค่เสียเงินให้คนชื่อทักษิณ แต่เราเสียประชาธิปไตย ให้คนชื่อจำลอง สนธิ เราเสียอำนาจให้เผด็จการผู้อยู่เบื้องหลัง และเรากำลังเสียเงินเพิ่ม จากฝ่ายค้านที่รออำนาจจากกบฏพันธมิตร
คุณกล้าออกมาไหมถ้าวันนี้ พันธมิตรไม่ได้หยุดแค่ล้มรัฐบาลที่มาจากทักษิณ แต่เค้าได้สร้างระบบและฐานอำนาจใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งฐานเสียงจากประชาชน
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุกสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT โดยมีอาวุธปืนเข้ามาในสถานที่ราชการด้วย
เมื่อเวลาประมาณ 05.30 น. กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เดินทางไปปิดล้อมสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT โดยกลุ่มพันธมิตรฯ ส่วนหนึ่งประมาณ 50 คน ได้เข้าไปบังคับให้เจ้าหน้าที่หยุดการทำงาน และพยายามหาทางปิดห้องควบคุมสัญญาณการออกอากาศ โดยบอกว่าวันนี้ไม่ต้องทำงาน จอดับ เป็นการปฏิวัติ พร้อมทั้งบุกขึ้นไปทุกชั้นของตึก และได้ถีบกระจกของชั้น 6 แตกละเอียด พร้อมทั้งบังคับให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่บนตึกลงไปอยู่ด้านล่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งได้มาควบคุมสถานการณ์ ได้เข้าไปทำการขอตรวจค้น โดยตรวจค้นทีละคน พบอาวุธครบมือ มีปืนขนาด 11 มม. 1 กระบอก ปืนลูกซอง 1 กระบอก มีดดาบยาว และมีดอีกหลายขนาดจำนวนมาก พร้อมทั้งขวาน หนังสติ๊ก และลูกเหล็กอีกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตรวจพบบัตรแจ้งว่าเป็นตำรวจบ้าน ตำรวจจึงสอบปากคำเบื้องต้น และเจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้น พบผ้าโพกสีดำ มีคำว่า กู้ชาติ และให้การวกไปวนมา พร้อมทั้งมีวิทยุสื่อสาร ตำรวจจึงแจ้งข้อพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร และไม่มีใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน จึงได้ควบคุมตัวออกไปจากอาคาร
สำหรับสถานการณ์ขณะนี้ กลุ่มพันธมิตรฯ [...]
เมื่อวานผมไปตีแบดกลับมาถึงบ้านซะดึกแต่ก็ไม่วายนั่งดูข่าวช่องสามเพื่อติดตามสถานการ์ณบ้านเมืองกับเค้าซักหน่อย เปิดมาก็เห็นข่าวหนึ่งที่น่าชื่นใจคือว่าได้เห็นคุณ เคน ธีรเดช วงพัวพันธ์ และภรรยาคือ คุณหน่อย บุษกร พรวรรณะศิริเวช ใด้คลอดลูกชาย คือน้อง คุน หรือ น้อง คุนนธรรม วงศ์พัวพันธ์ ดูแล้วน่าชื่นใจทีเดียวครับ แล้วทางคุณหน่อย บุษกร ก็ประกาศไม่รับงานการแสดง 1 ปี เพื่อจะทำหน้าที่แม่ที่ดีให้นมลูกด้วยตัวเองเพื่อให้สมกับโครงการที่สนับสนุนการให้นมลูกด้วยตัวเองดูแล้วน่าประทับใจจริง
ข่าวเรื่องที่สองที่อยากเขียนถึงคือข่าวของคุณวัฒนา เนื้อข่าวคือว่า ศาลได้ตัดสิน จำคุกคุณวัฒนา อัศวเหม เป็นเวลา 10 ปี เนื่องจากคดีทุจริตที่ดิน อำเภอคลองด่าน โดยคดีนี้นี่ใช้เวลาไต่สวนมายาวนานถึง 10 ปีทีเดียว ซึ่งทางตัวคุณวัฒนาก็เผ่นไปเขมรเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ศาลยังไม่ตัดสินเลยครับ แล้วคิดว่าคงตามจับไม่ได้แน่นอนเพราะทางคุณวัฒนานี่ถือเป็นคนใหญ่คนโตในดินแดนเขมรทีเดียว มีธุรกิจมากมายหาเงินเข้าประเทศให้กัมพูชา ไม่ว่าจะเป็น รีสอร์ท คาสิโน โรงแรม และกิจการมากมายที่ฝั่งเพื่อนบ้าน ซึ่งดูไปมามันคล้ายคดีคุณ ทักษิน(ทักษิน ชินวัตร) อะไรเยี่ยงนี้ คือ ใช้อำนาจหน้าที่กอบโกยผลประโยชน์ให้พวกพ้อง และ ตนเอง แล้วพอเรื่องแดงก็เผ่นแนบไปเมืองนอก ใช้เงินที่ได้มาในการหาความสะดวกสบายใส่ตัว จริงๆ รูปแบบนี้ยังมีคดี กำนันเป๊าะ อีกคนที่หลบหนีไปแล้วทางการก็ยังจับไม่ได้
เราอย่าให้พฤติกรรมนี้เป็นมาตรฐานใหม่ของนักการเมืองเลยนะครับ [...]
zickr_url=’http://blog.jeurboy.com/2008/08/01/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2-%e2%80%9c%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%a7/’นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ที่ 1 คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่ 2 นางกาญจนาภา หงษ์เหิน ที่ 3 ข้อหา ร่วมกันหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรโดยความเท็จ โดยฉ้อโกง โดยอุบาย และร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ โดยจงใจหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร
ที่ศาลอาญา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยบุตรชายและบุตรสาว ได้เดินทางมาให้กำลังใจคุณหญิงพจมาน ภริยา ที่มาฟังคำพิพากษาคดีเลี่ยงภาษีหุ้นบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ตกเป็นจำเลยพร้อมกับนายบรรณพจน์ ดามาพงษ์ และนางกาญจนาภา หงษ์เหิน ท่ามกลางประชาชนนับพันคนที่เดินทางมาให้กำลังใจ
พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน มีสีหน้ายิ้มแย้ม และโบกมือทักทายกับทุกคน ทั้งนี้ ศาลได้ขอความร่วมมือกลุ่มผู้สนับสนุนทุกคนห้ามใช้ถ้อยคำหยาบคาย ยั่วยุ หรือก่อความวุ่นวายเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ ศาลได้กล่าวก่อนการอ่านคำพิพากษาว่า เป็นที่น่าเสียใจว่า สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันทำให้ประชาชนมีการแบ่งฝ่ายกันอย่างชัดเจน แต่ก็เป็นเรื่องที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องแก้ไข แต่เมื่อมีข้อพิพาทขึ้นสู่ศาล ศาลยุติธรรมซึ่งเป็นคนกลาง มีอำนาจชี้ขาด ขอให้ประชาชนวางใจได้ว่าศาลจะให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย แม้แต่คดีนี้ ศาลได้ประชุมปรึกษากันพิจารณาข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานจากสำนวน ไม่มีอคติ ไม่มีกระแสฝ่ายใดมากดดัน ผลของคำพิพากษาจะออกมาเป็นอย่างไร หากคู่ความไม่พอใจ สามารถใช้สิทธิ์อุทธรณ์หรือฎีกาได้ตามกฎหมาย
โดยคุณหญิงพจมาน เป็นจำเลยที่ 1 นายบรรณพจน์ จำเลยที่ 2 และนางกาญจนาภา จำเลยที่ [...]