<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Jeurboy's blog. บล๊อกไทย ใจเกินร้อย &#187; สุขภาพ</title>
	<atom:link href="http://blog.jeurboy.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.jeurboy.com</link>
	<description>Thai blogger for thai blogger</description>
	<lastBuildDate>Thu, 09 Dec 2010 04:26:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.3</generator>
		<item>
		<title>กีฬา กับ การพัฒนาประเทศ</title>
		<link>http://blog.jeurboy.com/2008/08/19/%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%ac%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/</link>
		<comments>http://blog.jeurboy.com/2008/08/19/%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%ac%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 Aug 2008 07:04:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeurboy</dc:creator>
				<category><![CDATA[กีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>
		<category><![CDATA[beijing]]></category>
		<category><![CDATA[olympics]]></category>
		<category><![CDATA[ปักกิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.jeurboy.com/?p=185</guid>
		<description><![CDATA[zickr_url='http://blog.jeurboy.com/2008/08/19/%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%ac%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/'เพื่อไม่ให้ตกกระแสโอลิมปิก ปักกิ่ง 2008 ผมก็ขอยกบทความเกี่ยวกับความสำคัญของกีฬา ต่อการพัฒนาประเทศมาให้อ่านกันครับ เห็นมั้ยครับกีฬาสำคัญกว่าที่คิด ปัจจัยที่เป็นตัววัดความเจริญกาวหน้าทางเศรษกิจ และ สังคมของแต่ละประเทศ คงไม่มีใครปฎิเสธได้ว่า &#8220;การกีฬา&#8221; เป็นปัจจัยหนึ่งที่เป็นตัวชี้วัดได้ว่าประเทศนั้น ๆ มีความเจริญก้าวหน้าเพียงใด ประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมหรือที่เรามักเรียกติดปาก ว่า &#8220;ประเทศที่พัฒนาแล้ว&#8221; มีมาตรฐานทางด้าน &#8220;การกีฬา&#8221;อยู่ในระดับแนวหน้าหรืออันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งแสดงให้เห็นว่า &#8220;ระดับสติปัญญาของประชากรในประเทศนั้นๆ&#8221;อยู่ระดับสูงเพียงใด จากข้อความข้างต้นสอดคล้องกับแนวคิดของนักจิตวิทยาท่านหนึ่งที่มีความเชื่อที่ว่า &#8220;โดยทั่วไปสิ่งที่ดีทั้งหลาย มักจะไปด้วยกันเสมอเช่นผู้ที่มีระดับสติปัญญาสูงมักจะเป็นผู้มีคุณสมบัติที่ดีอย่างอื่นด้วย&#8221; (Edward l. Thorndike)  ซึ่งได้รับการสนับสนุนแนวความคิดโดย ศาสตราจารย์เลวิส เอ็น. เทอแมน  แห่งมหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ด   ได้ทำการศึกษาบุคคล  1,500 คน ที่มีระดับ I.Q.  140  ขึ้นไป พบว่าบุคคลที่มี I.Q. ระดับนี้ &#8221;มีสุขภาพทางกายที่สมบูรณ์แข็งแรง มีการปรับตัวทางสังคมดี และมีทัศนคติทางด้านศีลธรรมดีกว่าคนท้วไปอย่างเห็นได้ชัด&#8221;  30 ปีต่อมา ศาสตราจรย์ ได้ทำการศึกษาประชากรกลุ่มเดิม ปรากฏว่า  &#8220;การตาย การวิกลจริต และการเป็นโรคโดยเฉพาะโรคพิษสุราเรื้อรัง อยูในระดับที่ตำกว่า&#8221; (จาก หลักการทางพลศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ  [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.jeurboy.com/2008/08/19/%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%ac%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สธ.เตือนทำ สปาหูระวังแก้วหูทะลุ มีสิทธิ์หนวกถาวร</title>
		<link>http://blog.jeurboy.com/2008/08/15/%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://blog.jeurboy.com/2008/08/15/%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Aug 2008 06:23:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeurboy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Headphone]]></category>
		<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[หมอ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.jeurboy.com/?p=166</guid>
		<description><![CDATA[         วันนี้ (26 พ.ค.) นพ.ศุภชัย  คุณารัตนพฤกษ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.)  กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ปัจจุบันการทำ &#8220;สปาหู&#8221; กำลังเป็นที่นิยมในวงการสปา  โดยวิธีการนำเทียนมาจุดไฟที่ปลายด้านหนึ่งและปล่อยให้ควันจากแท่งเทียนเข้า ไปในช่องหู จะเป็นขี้เถ้าอยู่ด้านใน โดยกล่าวอ้างว่าสามารถบรรเทาอาการไซนัส หวัด ไมเกรน ผ่อนคลายความเครียด ปรับสมดุลระดับความดันที่เกี่ยวกับการทรงตัว ยังช่วยทำความสะอาดภายในหู  มีอัตราค่าบริการครั้งละ 500-1,500 บาท           &#8220;การทำสปาหู อาจถึงขั้นทำให้แก้วหูอักเสบ ทะลุจนหูหนวกถาวรได้ ดังนั้นการที่ร้านเสริมสวยหรือสปา โฆษณาว่า จุดเทียนที่มีรูกลวงแล้วสอดเข้ารูหูเกิดแรงดันดูดขี้หูออกมา และควันของเทียนช่วยปรับสมดุลทำให้หายจากโรคไซนัสปวดศีรษะ หูอื้อนั้น เป็นการหลอกลวงประชาชน เพราะไม่มีข้อมูลทางวิชาการยืนยัน ไม่มีผลต่อการไหลเวียนของระบบต่อมน้ำเหลือง            ดังนั้นการจัดอบรมอ้างว่า เทียนสปาหูราคาแพงเล่มละ 135 บาท สามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้นั้น ถือว่าเทียนเข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์ผู้ดำเนินการลักษณะนี้มีความผิดตามพ .ร.บ.การประกอบโรคศิลปะ มีโทษปรับไม่เกิน30,000 บาท จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือทั้งจำและปรับ ส่วนการทำสปาหูตามร้านเสริมสวยหรือร้านสปาที่ไม่ใช่สถานพยาบาลผู้กระทำมี [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.jeurboy.com/2008/08/15/%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หมอจีนรู้อะไรจากประจำเดือน</title>
		<link>http://blog.jeurboy.com/2008/08/15/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://blog.jeurboy.com/2008/08/15/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Aug 2008 04:11:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeurboy</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>
		<category><![CDATA[ประจำเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[หมอ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.jeurboy.com/?p=162</guid>
		<description><![CDATA[zickr_url='http://blog.jeurboy.com/2008/08/15/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80/'ผมชอบคนไข้ผู้หญิงครับ  นี่ไม่ได้ตั้งใจจะมาเป็นหมอโรคจิตหรอกนะครับ โปรดอย่าพึ่งเข้าใจผิด ที่พูดเช่นนี้เพราะนอกจากผมจะมีความชื่นชอบในตัวสาวๆเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  สาเหตุหลักจริงๆแล้วคือ เพราะร่างกายของผู้หญิงมีข้อมูลที่ช่วยให้ผมรับรู้การทำงานของตับไตไส้พุงได้ชัดเจนกว่าผู้ชาย ซึ่งจะง่ายต่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างมาก และนั่นก็คือ ประจำเดือน นี่เองครับ คุณอาจจะไม่เชื่อเลยก็ได้ว่าผมรู้ข้อมูลของร่างกายคุณมากมายแค่ไหนผ่านประจำเดือนของคุณผู้หญิง วันนี้เลยจะมาเล่าให้ฟังกันครับว่าทำไมหมอจีนถึงชอบถามถึงประจำเดือน แถมถามละเอียดลงลึกถึงขั้นสี ปริมาณ ก้อนเลือด รอบเดือนช้าเร็ว ทั้งๆที่ชั้นไม่ได้มาหาหมอเพราะเรื่องนี้ซักหน่อย ก็ขอวอนอย่าพึ่งเข้าใจผิดคิดว่าหมอลามกนะครับ ผู้หญิงมีความสัมพันธ์กับเลือดมาก เพราะต่างก็เป็นธาตุหยิน ( ธาตุเย็น) ทั้งคู่ ขณะเดียวกันพื้นฐานร่างกายของผู้หญิงก็มีความสัมพันธ์อวัยวะตับในทางแพทย์จีนอย่างแน่นแฟ้นเพราะ 1. ตับเป็นอวัยวะที่กักเก็บเลือดไว้ ก่อนจะปล่อยไปให้อวัยวะอื่นๆใช้งาน 2. เส้นลมปราณตับเดินผ่านอวัยวะเพศ และหน้าอก 3. ตับเป็นตัวควบคุมการเดินของลมปราณในร่างกายให้คล่องตัว รวมไปถึงอารมณ์ต่างๆด้วย เมื่อทำความเข้าใจตรงนี้ได้แล้วต่อไปก็จะอ่านเข้าใจได้ง่ายกว่าเดิมครับคราวนี้เรามาไล่ดูกันครับว่า สี ปริมาณ ก้อนเลือด รอบเดือนช้าเร็ว ทำให้หมอจีนรู้อะไรบ้าง สีของเลือดประจำเดือน สีแดงเข้ม   มักจะเป็นคนที่ร้อนในครับ คิดสภาพว่าไฟมันร้อนเลือดเลยสีเข้ม เหนียวข้น   คุณมักจะหิวน้ำ ท้องผูก หงุดหงิดง่าย สีแดงซีด   คือคนที่ขาดเลือดครับ ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นโรคโลหิตจางนะครับ ไปตรวจปริมาณเม็ดเลือดอาจจะยังปกติไม่มีปัญหา คุณมักจะเป็นคนไม่มีแรงครับ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://blog.jeurboy.com/2008/08/15/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

